ข้ามไปยังเนื้อหา

ข้ามไปยังสารบัญ

จง​เลียน​แบบ​ความ​เชื่อ​ของ​เขา

“แม่จะไปไหน, ฉันจะไปด้วย”

“แม่จะไปไหน, ฉันจะไปด้วย”

รูท​เดิน​เคียง​ข้าง​นาอะมี​ไป​ตาม​ถนน​สาย​หนึ่ง​ซึ่ง​ตัด​ผ่าน​ที่​ราบ​สูง​โมอาบ​ที่​มี​ลม​พัด​แรง. ตอน​นี้​มี​เพียง​พวก​เธอ​สอง​คน​เท่า​นั้น ผู้​หญิง​ตัว​เล็ก ๆ เดิน​อยู่​กลาง​ที่​ราบ​อัน​กว้าง​ใหญ่. ลอง​นึก​ภาพ​รูท​สังเกต​ดู​แดด​ยาม​บ่าย​ที่​ทอด​แสง​ยาว​ขึ้น​ทุก​ที​แล้ว​หัน​ไป​มอง​แม่​สามี​พร้อม​กับ​นึก​ใน​ใจ​ว่า​คง​ถึง​เวลา​ต้อง​หา​ที่​พัก​สำหรับ​คืน​นี้​แล้ว. เธอ​รัก​นาอะมี​มาก​และ​ยินดี​ทำ​ทุก​สิ่ง​ที่​เธอ​ทำ​ได้​เพื่อ​ดู​แล​แม่​สามี.

หญิง​ทั้ง​สอง​ต่าง​ก็​แบก​ความ​ทุกข์​ไว้​เต็ม​อก. นาอะมี​เป็น​ม่าย​มา​หลาย​ปี​แล้ว แต่​ตอน​นี้​นาง​กำลัง​โศก​เศร้า​เพราะ​เพิ่ง​สูญ​เสีย​ลูก​ชาย​สอง​คน​คือ​คิลโยน​กับ​มาโลน. รูท​เอง​ก็​เศร้า​เสียใจ​ไม่​น้อย​ไป​กว่า​กัน​เพราะ​มาโลน​เป็น​สามี​ของ​เธอ. เธอ​กับ​นาอะมี​กำลัง​มุ่ง​หน้า​สู่​จุด​หมาย​ปลาย​ทาง​เดียว​กัน คือ​เมือง​เบทเลเฮม​ใน​อิสราเอล. แต่​ใน​แง่​หนึ่ง การ​เดิน​ทาง​ของ​ทั้ง​สอง​ก็​ต่าง​กัน. นาอะมี​กำลัง​กลับ​บ้าน​ของ​เธอ. แต่​รูท​กำลัง​เดิน​ทาง​ไป​ยัง​ที่​ที่​เธอ​ไม่​รู้​จัก โดย​ทิ้ง​ญาติ​พี่​น้อง บ้าน​เกิด​เมือง​นอน และ​ธรรมเนียม​ประเพณี​ทุก​อย่าง รวม​ทั้ง​พระ​ทั้ง​หลาย​ที่​เธอ​เคย​นับถือ​ไว้​เบื้อง​หลัง.—ประวัตินางรูธ 1:3-6

อะไร​ทำ​ให้​หญิง​สาว​คน​หนึ่ง​ยอม​เปลี่ยน​แปลง​ชีวิต​ของ​เธอ​มาก​ขนาด​นี้? รูท​จะ​ได้​กำลังใจ​จาก​ที่​ไหน​เพื่อ​จะ​เริ่ม​ต้น​ชีวิต​ใหม่​และ​เอา​ใจ​ใส่​นาอะมี? ขณะ​ที่​เรา​หา​คำ​ตอบ​ใน​เรื่อง​นี้ เรา​จะ​เห็น​ว่า​มี​หลาย​อย่าง​ที่​เรา​สามารถ​เลียน​แบบ​ความ​เชื่อ​ของ​รูท หญิง​ชาว​โมอาบ​ผู้​นี้​ได้. ก่อน​อื่น ให้​เรา​มา​ดู​ว่า​ผู้​หญิง​สอง​คน​นี้​มา​อยู่​บน​เส้น​ทาง​อัน​ยาว​ไกล​สู่​เบทเลเฮม​ได้​อย่าง​ไร.

ครอบครัว​แตก​สลาย​เพราะ​โศกนาฏกรรม

รูท​เติบโต​ขึ้น​ใน​โมอาบ ดินแดน​เล็ก ๆ ที่​อยู่​ทาง​ตะวัน​ออก​ของ​ทะเล​เดดซี. พื้น​ที่​แถบ​นั้น​ส่วน​ใหญ่​เป็น​ที่​ราบ​สูง มี​ป่า​ไม้​ขึ้น​อยู่​ประปราย​และ​มี​หุบ​เหว​ลึก. “แผ่นดิน​โมอาบ” ดู​เหมือน​เป็น​แหล่ง​เพาะ​ปลูก​ที่​อุดม​สมบูรณ์​แม้​แต่​ตอน​ที่​เกิด​การ​กันดาร​อาหาร​ใน​อิสราเอล. ที่​จริง การ​กันดาร​อาหาร​ใน​ครั้ง​นั้น​เอง​เป็น​เหตุ​ให้​รูท​ได้​พบ​กับ​มาโลน​และ​ครอบครัว​ของ​เขา.—ประวัตินางรูธ 1:1

การ​กันดาร​อาหาร​ใน​อิสราเอล​ทำ​ให้​อะลีเมะเล็ค​สามี​ของ​นาอะมี​คิด​ว่า​เขา​ต้อง​พา​ภรรยา​และ​ลูก​ชาย​สอง​คน​ย้าย​ไป​อาศัย​อยู่​ที่​โมอาบ​ใน​ฐานะ​คน​ต่าง​ถิ่น. การ​อพยพ​ครั้ง​นี้​เป็น​การ​ทดสอบ​ความ​เชื่อ​ของ​ทุก​คน​ใน​ครอบครัว เพราะ​ชาว​อิสราเอล​มี​ธรรมเนียม​ที่​ต้อง​ไป​นมัสการ​พระเจ้า​ใน​สถาน​ศักดิ์สิทธิ์​ที่​พระ​ยะโฮวา​ทรง​กำหนด​ไว้​เป็น​ประจำ. (พระ​บัญญัติ 16:16, 17) แม้​เวลา​จะ​ผ่าน​ไป​หลาย​ปี นาอะมี​ก็​ยัง​รักษา​ความ​เชื่อ​ของ​นาง​ไว้​ได้. แต่​การ​ตาย​ของ​สามี​ก็​ทำ​ให้​นาง​โศก​เศร้า​ไม่​น้อย​ที​เดียว.—ประวัตินางรูธ 1:2, 3

หลัง​จาก​นั้น นาอะมี​คง​มี​เรื่อง​ทุกข์​ใจ​อีก​เมื่อ​ลูก​ชาย​สอง​คน​ของ​นาง​แต่งงาน​กับ​หญิง​ชาว​โมอาบ. (ประวัตินางรูธ 1:4) นาอะมี​รู้​ว่า​อับราฮาม​บรรพบุรุษ​ของ​ชาติ​อิสราเอล​พยายาม​มาก​เพียง​ไร​เพื่อ​ให้​ยิศฮาค​ลูก​ชาย​ของ​ท่าน​ได้​แต่งงาน​กับ​หญิง​ชาติ​เดียว​กัน​ซึ่ง​เป็น​ผู้​นมัสการ​พระ​ยะโฮวา. (เยเนซิศ 24:3, 4) หลัง​จาก​สมัย​ของ​อับราฮาม พระ​บัญญัติ​ที่​พระเจ้า​ประทาน​ผ่าน​ทาง​โมเซ​ก็​เตือน​ชาว​อิสราเอล​ว่า​อย่า​ให้​ลูก​สาว​หรือ​ลูก​ชาย​แต่งงาน​กับ​ชน​ต่าง​ชาติ เพราะ​คน​เหล่า​นั้น​จะ​ชัก​นำ​ประชาชน​ของ​พระเจ้า​ให้​หัน​ไป​ไหว้​รูป​เคารพ.—พระ​บัญญัติ 7:3, 4 *

ถึง​อย่าง​ไร มาโลน​กับ​คิลโยน​ก็​แต่งงาน​กับ​หญิง​ชาว​โมอาบ. แม้​นาอะมี​อาจ​รู้สึก​กังวล​หรือ​ผิด​หวัง แต่​นาง​คง​พยายาม​แสดง​ความ​รัก​และ​ความ​กรุณา​อย่าง​จริง​ใจ​ต่อ​รูท​และ​อะระฟา ลูก​สะใภ้​ทั้ง​สอง. บาง​ที​นาง​อาจ​หวัง​ว่า​สัก​วัน​หนึ่ง​ทั้ง​สอง​คน​จะ​เปลี่ยน​มา​เป็น​ผู้​นมัสการ​พระ​ยะโฮวา​เช่น​เดียว​กับ​นาง. ไม่​ว่า​จะ​อย่าง​ไร ทั้ง​รูท​และ​อะระฟา​ต่าง​ก็​รัก​นาอะมี. ความ​สัมพันธ์​อัน​ดี​ที่​ทั้ง​สาม​มี​ต่อ​กัน​ช่วย​ให้​พวก​เธอ​รับมือ​กับ​ความ​โศก​เศร้า​ได้. หญิง​สาว​ทั้ง​สอง​กลาย​เป็น​ม่าย​ตั้ง​แต่​ยัง​ไม่​ทัน​มี​ลูก​ด้วย​ซ้ำ.—ประวัตินางรูธ 1:5

ภูมิหลัง​ทาง​ศาสนา​ของ​รูท​ช่วย​เธอ​ให้​รับมือ​กับ​การ​สูญ​เสีย​ครั้ง​นี้​ไหม? ดู​เหมือน​ว่า​ไม่​เป็น​เช่น​นั้น. ชาว​โมอาบ​นมัสการ​พระ​มาก​มาย​และ​เทพเจ้า​องค์​สำคัญ​ที่​สุด​ของ​พวก​เขา​คือ​พระ​คีโมศ. (อาฤธโม 21:29) ศาสนา​ของ​ชาว​โมอาบ​ก็​คง​เหมือน​กับ​ศาสนา​ของ​ชาติ​อื่น ๆ ใน​สมัย​นั้น​ที่​มัก​มี​พิธีกรรม​ที่​โหด​ร้าย​ทารุณ​และ​น่า​สยดสยอง ซึ่ง​รวม​ถึง​การ​บูชายัญ​เด็ก. สิ่ง​ที่​รูท​ได้​เรียน​รู้​จาก​มาโลน​หรือ​นาอะมี​เกี่ยว​กับ​พระ​ยะโฮวา พระเจ้า​แห่ง​อิสราเอล​ผู้​เปี่ยม​ด้วย​ความ​รัก​และ​ความ​เมตตา​คง​ต้อง​ทำ​ให้​เธอ​เห็น​ถึง​ความ​แตกต่าง​ได้​อย่าง​ชัดเจน. พระ​ยะโฮวา​ทรง​ปกครอง​ประชาชน​ของ​พระองค์​ด้วย​ความ​รัก ไม่​ใช่​ทำ​ให้​หวาด​กลัว! (พระ​บัญญัติ 6:5) หลัง​จาก​สูญ​เสีย​สามี​ผู้​เป็น​ที่​รัก รูท​อาจ​รู้สึก​ใกล้​ชิด​กับ​นาอะมี​มาก​ขึ้น และ​เธอ​คง​เต็ม​ใจ​ฟัง​เมื่อ​แม่​สามี​เล่า​เรื่อง​พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า​ผู้​ทรง​ฤทธิ์​ใหญ่​ยิ่ง​รวม​ทั้ง​การ​อัศจรรย์​ที่​พระองค์​ได้​ทำ ตลอด​จน​ความ​รัก​ความ​กรุณา​ที่​พระองค์​แสดง​ต่อ​ประชาชน​ของ​พระองค์.

นาอะมี​เอง​ก็​อยาก​รู้​ข่าว​คราว​เกี่ยว​กับ​บ้าน​เกิด​ของ​นาง. วัน​หนึ่ง​นาง​ได้​ยิน​ข่าว​จาก​พวก​พ่อค้า​เดิน​ทาง​ว่า​การ​กันดาร​อาหาร​ใน​อิสราเอล​สิ้น​สุด​ลง​แล้ว. พระ​ยะโฮวา​ทรง​หัน​มา​ใฝ่​พระทัย​ประชาชน​ของ​พระองค์​อีก​ครั้ง. เบทเลเฮม​กลับ​คืน​สู่​ความ​อุดม​สมบูรณ์​สม​กับ​ชื่อ​เมือง​ที่​มี​ความ​หมาย​ว่า “บ้าน​ขนมปัง.” นาอะมี​จึง​ตัดสิน​ใจ​จะ​กลับ​บ้าน.—ประวัตินางรูธ 1:6

รูท​กับ​อะระฟา​จะ​ทำ​อย่าง​ไร? (ประวัตินางรูธ 1:7) ตอน​นี้​พวก​เธอ​รู้สึก​ผูก​พัน​และ​ใกล้​ชิด​กับ​นาอะมี​มาก​ขึ้น​เพราะ​ทั้ง​สาม​ต่าง​ก็​ผ่าน​เรื่อง​ที่​น่า​เศร้า​มา​ด้วย​กัน. ดู​เหมือน​ว่า​สิ่ง​ที่​ทำ​ให้​รูท​รัก​นาอะมี​มาก​เป็น​พิเศษ​คือ​ความ​กรุณา​ของ​นาอะมี​และ​ความ​เชื่อ​อัน​มั่นคง​ที่​นาง​มี​ต่อ​พระ​ยะโฮวา. แล้ว​หญิง​ม่าย​ทั้ง​สาม​ก็​ออก​เดิน​ทาง​ไป​ยัง​แผ่นดิน​ยูดาห์​ด้วย​กัน.

เรื่อง​ราว​ของ​รูท​เตือน​ใจ​เรา​ว่า​โศกนาฏกรรม​และ​การ​สูญ​เสีย​เกิด​ขึ้น​ได้​กับ​ทุก​คน​ไม่​ว่า​คน​ดี​หรือ​คน​ชั่ว. (ท่าน​ผู้​ประกาศ 9:2, 11) เรื่อง​นี้​ยัง​แสดง​ให้​เห็น​ด้วย​ว่า​เมื่อ​เผชิญ​กับ​การ​สูญ​เสีย​ที่​ยาก​จะ​รับมือ​ได้ เรา​ควร​มอง​หา​การ​ปลอบโยน​และ​การ​ชู​ใจ​จาก​คน​อื่น โดย​เฉพาะ​จาก​คน​ที่​เชื่อ​และ​วางใจ​ใน​พระ​ยะโฮวา พระเจ้า​ที่​นาอะมี​นมัสการ.—สุภาษิต 17:17

ความ​รัก​ภักดี​ของ​รูท

หลัง​จาก​หญิง​ม่าย​ทั้ง​สาม​ออก​เดิน​ทาง​มา​ได้​ระยะ​หนึ่ง นาอะมี​ก็​เริ่ม​วิตก​กังวล. นาง​คิด​ถึง​หญิง​สาว​สอง​คน​ที่​เดิน​อยู่​ข้าง ๆ และ​ความ​รัก​ที่​ทั้ง​สอง​มี​ต่อ​นาง​และ​ลูก​ชาย. นาง​ไม่​อยาก​จะ​เพิ่ม​ความ​ทุกข์​ให้​กับ​ลูก​สะใภ้​อีก. ถ้า​รูท​กับ​อะระฟา​ต้อง​ทิ้ง​บ้าน​เกิด​เมือง​นอน​ไป​อยู่​กับ​นาง​ที่​เบทเลเฮม นาง​จะ​ดู​แล​หญิง​สาว​สอง​คน​นี้​ได้​อย่าง​ไร?

ใน​ที่​สุด นาอะมี​ก็​พูด​ขึ้น​ว่า “ต่าง​คน​ต่าง​จง​กลับ​ไป​ยัง​เรือน​มารดา​ของ​ตน​เถิด: ขอ​ให้​พระ​ยะโฮวา​ทรง​พระ​เมตตา​แก่​เจ้า​ทั้ง​สอง​เหมือน​เจ้า​ได้​กระทำ​ต่อ​ผู้​ที่​ตาย​เสีย​นั้น, และ​ต่อ​แม่​ด้วย.” นอก​จาก​นี้ นาง​ยัง​พูด​ถึง​ความ​หวัง​ที่​ว่า​พระ​ยะโฮวา​จะ​อวย​พร​ให้​พวก​เธอ​มี​สามี​ใหม่​และ​เริ่ม​ต้น​ชีวิต​ใหม่. บันทึก​กล่าว​ว่า “แล้ว​นาง​นาอะมี​ได้​จุบ​ลูก​สะใภ้​ทั้ง​สอง ๆ ก็​ร้องไห้​เสียง​ดัง.” เป็น​เรื่อง​ที่​เข้าใจ​ได้​ไม่​ยาก​ว่า​ทำไม​รูท​และ​อะระฟา​จึง​รัก​หญิง​ชรา​ที่​มี​จิตใจ​งดงาม​และ​ไม่​เห็น​แก่​ตัว​ผู้​นี้. ทั้ง​คู่​ยืน​ยัน​อย่าง​หนักแน่น​ว่า “อย่า​เลย, เรา​ทั้ง​สอง​จะ​กลับ​ไป​ด้วย​จน​ถึง​บ้าน​เมือง​ของ​แม่.”—ประวัตินางรูธ 1:8-10

แต่​นาอะมี​ไม่​ยอม. นาง​ให้​เหตุ​ผล​อย่าง​หนักแน่น​ว่า​เมื่อ​ไป​ถึง​อิสราเอล​แล้ว​นาง​คง​ช่วย​อะไร​พวก​เธอ​ไม่​ได้ เพราะ​นาง​ไม่​มี​สามี​คอย​หา​เลี้ยง ไม่​มี​ลูก​ชาย​ที่​จะ​ยก​ให้​เป็น​สามี​ของ​เธอ​ทั้ง​สอง และ​ไม่​มี​ความ​หวัง​ที่​จะ​มี​สามี​หรือ​ลูก​อีก​ด้วย. นาอะมี​บอก​ลูก​สะใภ้​ว่า​นาง​รู้สึก​ขมขื่น​และ​ทุกข์​ใจ​ที่​ไม่​สามารถ​ทำ​อะไร​เพื่อ​พวก​เธอ​ได้​เลย.—ประวัตินางรูธ 1:11-13

สำหรับ​อะระฟา​แล้ว เธอ​เห็น​ด้วย​กับ​คำ​พูด​ของ​นาอะมี​ทุก​ประการ. เธอ​ยัง​มี​ครอบครัว​อยู่​ที่​โมอาบ มี​แม่​และ​มี​บ้าน​อยู่​ที่​นั่น. การ​กลับ​ไป​โมอาบ​คง​จะ​ดี​ที่​สุด​สำหรับ​เธอ. ดัง​นั้น อะระฟา​จึง​จูบ​ลา​นาอะมี​ทั้ง​น้ำตา​และ​จำ​ใจ​เดิน​จาก​ไป.—ประวัตินางรูธ 1:14

แล้ว​รูท​ล่ะ? เธอ​ทำ​ตาม​คำ​แนะ​นำ​ของ​นาอะมี​ไหม? เรา​อ่าน​ว่า “รูธ​นั้น​ยัง​อยู่​กับ​แม่​ผัว.” บาง​ที​นาอะมี​อาจ​เดิน​ทาง​ต่อ​ไป แต่​แล้ว​ก็​สังเกต​ว่า​รูท​เดิน​ตาม​มา​ห่าง ๆ. นาง​ขอร้อง​ให้​รูท​กลับ​ไป​โดย​พูด​ว่า “ดู​เถิด, พี่​สาว​ก็​กลับ​ไป​หา​ญาติ​พี่​น้อง, และ​พระ​ของ​เขา​แล้ว: จง​ตาม​พี่​สาว​ไป​เถิด.” (ประวัตินางรูธ 1:15) คำ​พูด​ของ​นาอะมี​คง​ทำ​ให้​ผู้​อ่าน​เห็น​ราย​ละเอียด​ที่​สำคัญ​อย่าง​หนึ่ง. อะระฟา​ไม่​ได้​กลับ​ไป​หา​ชน​ร่วม​ชาติ​เท่า​นั้น แต่​กลับ​ไป​หา ‘พระ​ของ​เธอ’ ด้วย. เธอ​พอ​ใจ​ที่​จะ​กลับ​ไป​เป็น​ผู้​นมัสการ​พระ​คีโมศ​และ​พระ​เท็จ​อื่น ๆ. แล้ว​รูท​คิด​อย่าง​ไร?

เมื่อ​มอง​ดู​นาอะมี​ขณะ​เดิน​ไป​ตาม​ถนน​ที่​ร้าง​ผู้​คน รูท​ก็​รู้​แน่​แก่​ใจ​ว่า​เธอ​รัก​นาอะมี​ด้วย​ใจ​จริง และ​เธอ​ก็​รัก​พระเจ้า​ที่​นาอะมี​นมัสการ​ด้วย. รูท​จึง​พูด​ขึ้น​ว่า “ขอ​อย่า​สั่ง​ให้​ฉัน​ละ​ทิ้ง, หรือ​กลับ​จาก​ติด​ตาม​แม่​เลย: ด้วย​ว่า​แม่​จะ​ไป​ไหน, ฉัน​จะ​ไป​ด้วย; แม่​จะ​อาศัย​อยู่​ที่​ไหน, ฉัน​จะ​อาศัย​อยู่​ที่​นั้น​ด้วย: ญาติ​พี่​น้อง​ของ​แม่, จะ​เป็น​ญาติ​พี่​น้อง​ของ​ฉัน, และ​พระเจ้า​ของ​แม่​จะ​เป็น​พระเจ้า​ของ​ฉัน​ด้วย: แม่​สิ้น​ชีพ​ที่​ไหน, ฉัน​จะ​สิ้น​ชีพ​ที่​นั้น, แล้ว​จะ​ฝัง​อยู่​ที่​นั้น: ขอ​พระ​ยะโฮวา​ทรง​กระทำ​ดัง​นี้​แก่​ฉัน, และ​ยิ่ง​กว่า​นี้​อีก, ความ​มรณะ​สิ่ง​เดียว​ที่​จะ​ทำ​ให้​แม่​กับ​ฉัน​ขาด​จาก​กัน​และ​กัน​ได้.”—ประวัตินางรูธ 1:16, 17

คำ​พูด​ของ​รูท​ลึกซึ้ง​กิน​ใจ​มาก​จริง ๆ เพราะ​แม้​ว่า​เธอ​จะ​จาก​โลก​นี้​ไป​นาน​ถึง 3,000 ปี​แล้ว​ผู้​คน​ก็​ยัง​ไม่​ลืม​ถ้อย​คำ​เหล่า​นั้น. คำ​พูด​ของ​เธอ​สะท้อน​ให้​เห็น​คุณลักษณะ​ที่​ล้ำ​ค่า​อย่าง​หนึ่ง​นั่น​คือ ความ​รัก​ภักดี. ความ​รัก​และ​ความ​ภักดี​สุด​หัวใจ​ที่​รูท​มี​ต่อ​นาอะมี​ทำ​ให้​รูท​อยาก​ติด​ตาม​นาอะมี​ไป​ทุก​ที่ ไม่​ว่า​นาง​จะ​ไป​ที่​ไหน. ความ​ตาย​เป็น​สิ่ง​เดียว​เท่า​นั้น​ที่​จะ​พราก​เธอ​จาก​นาอะมี​ได้. ชน​ร่วม​ชาติ​ของ​นาอะมี​จะ​เป็น​ชน​ร่วม​ชาติ​ของ​รูท​ด้วย เพราะ​เธอ​พร้อม​จะ​ทิ้ง​ทุก​สิ่ง​ทุก​อย่าง​ที่​เธอ​รู้​จัก​ใน​โมอาบ​ไว้​เบื้อง​หลัง แม้​แต่​พระ​ทั้ง​หลาย​ที่​เธอ​เคย​นมัสการ. ไม่​เหมือน​อะระฟา รูท​สามารถ​พูด​ได้​ด้วย​ความ​รู้สึก​จาก​หัวใจ​ว่า​เธอ​ต้องการ​ให้​พระ​ยะโฮวา พระเจ้า​ของ​นาอะมี​เป็น​พระเจ้า​ของ​เธอ​ด้วย. *

แล้ว​พวก​เธอ​ซึ่ง​ตอน​นี้​เหลือ​กัน​อยู่​เพียง​สอง​คน​ก็​เดิน​ทาง​ต่อ​ไป​บน​ถนน​ที่​ทอด​ยาว​สู่​เบทเลเฮม. หนังสือ​อ้างอิง​เล่ม​หนึ่ง​กะ​ประมาณ​ว่า​การ​เดิน​ทาง​ครั้ง​นี้​อาจ​ต้อง​ใช้​เวลา​นาน​ถึง​หนึ่ง​สัปดาห์. การ​มี​เพื่อน​ร่วม​เดิน​ทาง​คง​ช่วย​ให้​ทั้ง​คู่​คลาย​ความ​ทุกข์​โศก​ไป​ได้​บ้าง.

ผู้​คน​มาก​มาย​ใน​โลก​ทุก​วัน​นี้​ประสบ​กับ​ความ​ทุกข์​โศก​เศร้า. ใน​สมัย​ของ​เรา​ที่​คัมภีร์​ไบเบิล​เรียก​ว่า “วิกฤตกาล​ซึ่ง​ยาก​จะ​รับมือ​ได้” เรา​ต้อง​เผชิญ​การ​สูญ​เสีย​และ​ความ​โศก​เศร้า​สารพัด​รูป​แบบ. (2 ติโมเธียว 3:1) ดัง​นั้น คุณลักษณะ​ที่​เรา​พบ​ใน​ตัว​รูท​จึง​นับ​ว่า​สำคัญ​ยิ่ง​กว่า​สมัย​ใด. ความ​รัก​ภักดี ซึ่ง​เป็น​ความ​รัก​ที่​มั่นคง​และ​ไม่​เสื่อม​คลาย​ง่าย ๆ เป็น​พลัง​ที่​มี​อานุภาพ​ซึ่ง​ช่วย​ให้​เรา​มี​ชีวิต​อยู่​ใน​โลก​ที่​มืดมน​นี้​ได้. เรา​ต้อง​มี​ความ​รัก​เช่น​นี้​ใน​สาย​สมรส เรา​ต้อง​มี​ความ​รัก​เช่น​นี้​ใน​ครอบครัว เรา​ต้อง​มี​ความ​รัก​เช่น​นี้​ใน​หมู่​เพื่อน และ​เรา​ต้อง​มี​ความ​รัก​เช่น​นี้​ใน​ประชาคม​คริสเตียน. ขณะ​ที่​เรา​ปลูกฝัง​ความ​รัก​ภักดี​นี้ เรา​ก็​กำลัง​เลียน​แบบ​ตัว​อย่าง​ที่​ยอด​เยี่ยม​ของ​รูท.

รูท​กับ​นาอะมี​ใน​เบทเลเฮม

แน่​ละ การ​พูด​ว่า​มี​ความ​รัก​ภักดี​แตกต่าง​กัน​มาก​กับ​การ​พิสูจน์​ความ​รัก​นั้น​ด้วย​การ​กระทำ. นับ​จาก​นี้​ไป ไม่​เพียง​แต่​รูท​จะ​มี​โอกาส​ได้​แสดง​ความ​รัก​ภักดี​ต่อ​นาอะมี​เท่า​นั้น แต่​เธอ​จะ​ได้​พิสูจน์​ความ​รัก​ภักดี​ต่อ​พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า​ที่​เธอ​เลือก​นมัสการ​ด้วย.

ใน​ที่​สุด ผู้​หญิง​ทั้ง​สอง​ก็​มา​ถึง​หมู่​บ้าน​เบทเลเฮม​ซึ่ง​อยู่​ห่าง​จาก​กรุง​เยรูซาเลม​ไป​ทาง​ใต้​ประมาณ 10 กิโลเมตร. ดู​เหมือน​ว่า​นาอะมี​และ​ครอบครัว​ของ​นาง​เคย​เป็น​คน​ที่​มี​ชื่อเสียง​ใน​เมือง​นี้ เพราะ​ทันที​ที่​นาอะมี​มา​ถึง​ใคร ๆ ก็​พา​กัน​โจษจัน​เรื่อง​ของ​นาง. พวก​ผู้​หญิง​ใน​หมู่​บ้าน​คง​จ้อง​มอง​นาง​แล้ว​พูด​กัน​ว่า “นี่​เป็น​นาง​นาอะมี​หรือ?” ดู​เหมือน​ว่า การ​ย้าย​ไป​อยู่​ที่​โมอาบ​ทำ​ให้​นาง​เปลี่ยน​ไป​มาก. หน้า​ตา​และ​รูป​ลักษณ์​ของ​นาอะมี​คง​บ่ง​บอก​ว่า​ชีวิต​ของ​นาง​ตลอด​หลาย​ปี​นั้น​เต็ม​ไป​ด้วย​ความ​ยาก​ลำบาก​และ​ความ​ทุกข์.—ประวัตินางรูธ 1:19

นาอะมี​เล่า​ให้​ผู้​หญิง​ที่​เป็น​ญาติ​และ​คน​ที่​เคย​เป็น​เพื่อน​บ้าน​ฟัง​ว่า​นาง​มี​ชีวิต​ที่​ยาก​ลำบาก​เพียง​ไร. นาง​ถึง​กับ​รู้สึก​ว่า​อยาก​เปลี่ยน​ชื่อ​จาก​นาอะมี​ที่​แปล​ว่า “ความ​สุข​ของ​ฉัน” เป็น​มารา ซึ่ง​แปล​ว่า “ขม.” นาอะมี​ผู้​น่า​สงสาร! เช่น​เดียว​กับ​โยบ​ซึ่ง​มี​ชีวิต​อยู่​ก่อน​หน้า​นั้น นาอะมี​คิด​ว่า​พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า​เป็น​ผู้​บันดาล​ให้​สิ่ง​เลว​ร้าย​เหล่า​นี้​เกิด​ขึ้น​กับ​นาง.—ประวัตินางรูธ 1:20, 21; โยบ 2:10; 13:24-26

ขณะ​ที่​หญิง​ทั้ง​สอง​เริ่ม​ต้น​ชีวิต​ใหม่​ใน​เบทเลเฮม รูท​เริ่ม​คิด​ว่า​เธอ​จะ​ทำ​อย่าง​ไร​จึง​จะ​เลี้ยง​ดู​ตัว​เอง​และ​นาอะมี​ได้​ดี​ที่​สุด. เธอ​รู้​ว่า​พระ​บัญญัติ​ที่​พระ​ยะโฮวา​ประทาน​แก่​ประชาชน​ของ​พระองค์​ใน​อิสราเอล มี​กฎหมาย​ข้อ​หนึ่ง​เกี่ยว​กับ​การ​จัด​เตรียม​ด้วย​ความ​รัก​สำหรับ​คน​ยาก​จน. ตาม​กฎหมาย​นั้น คน​ยาก​จน​ได้​รับ​อนุญาต​ให้​เข้า​ไป​ใน​นา​ข้าว​ช่วง​ฤดู​เกี่ยว. พวก​เขา​จะ​เดิน​ตาม​ผู้​เกี่ยว​แล้ว​คอย​เก็บ​รวง​ข้าว​ที่​เหลือ​อยู่​รวม​ทั้ง​ข้าว​ที่​ขึ้น​ริม​คันนา​ด้วย. *เลวีติโก 19:9, 10; พระ​บัญญัติ 24:19-21

ตอน​นั้น​เป็น​ฤดู​เกี่ยว​ข้าว​บาร์เลย์​ราว ๆ เดือน​เมษายน​ตาม​ปฏิทิน​ใน​ปัจจุบัน. รูท​เดิน​ไป​ตาม​นา​ข้าว​เพื่อ​ดู​ว่า​ใคร​จะ​อนุญาต​ให้​เธอ​เก็บ​ข้าว​ตก​ใน​นา​ของ​เขา​ได้​บ้าง. เธอ​บังเอิญ​เดิน​เข้า​ไป​ใน​นา​ข้าวของ​ชาย​คน​หนึ่ง​ชื่อ​โบอัศ เจ้าของ​ที่​ดิน​ผู้​มั่งคั่ง​และ​เป็น​ญาติ​กับ​อะลีเมะเล็ค สามี​ที่​เสีย​ชีวิต​ไป​แล้ว​ของ​นาอะมี. แม้​ว่า​ตาม​กฎหมาย​เธอ​มี​สิทธิ์​เข้า​ไป​เก็บ​ข้าว​ใน​นา​ได้ แต่​เธอ​ก็​ไม่​ได้​ทำ​โดย​พลการ. รูท​ขอ​อนุญาต​ชาย​หนุ่ม​ที่​ดู​แล​การ​เกี่ยว​ข้าว​ก่อน. เมื่อ​ได้​รับ​อนุญาต​แล้ว เธอ​จึง​เข้า​ไป​เก็บ​ข้าว​ใน​นา​นั้น.—ประวัตินางรูธ 1:22–2:3, 7

ลอง​นึก​ภาพ​รูท​กำลัง​เดิน​ตาม​คน​เกี่ยว​ข้าว. หลัง​จาก​ที่​พวก​เขา​ใช้​เคียว​เหล็ก​ตัด​ต้น​ข้าว เธอ​จะ​ก้ม​ลง​เก็บ​รวง​ข้าว​ที่​ตก​หรือ​ที่​เหลือ​อยู่ จาก​นั้น​ก็​มัด​เป็น​ฟ่อน​แล้ว​เอา​ไป​วาง​ไว้​ใน​ที่​ที่​เธอ​จะ​ใช้​เป็น​ลาน​นวด​ข้าว​ใน​ภาย​หลัง. นี่​เป็น​งาน​ที่​ทำ​ได้​ช้า​แถม​ยัง​เหน็ด​เหนื่อย และ​ยิ่ง​สาย​ก็​ยิ่ง​เหนื่อย​ล้า​มาก​ขึ้น. แต่​รูท​ก็​ก้ม​หน้า​ก้ม​ตา​ทำ​ต่อ​ไป เธอ​จะ​หยุด​มือ​ก็​เพียง​เพื่อ​เช็ด​เหงื่อ​ที่​หน้าผาก​และ​เมื่อ​พัก​กิน​อาหาร​เที่ยง​ง่าย ๆ ที่ “เรือน” หรือ​เพิง​ที่​สร้าง​ไว้​ให้​คน​งาน​เข้า​ไป​พัก​หลบ​แดด.

รูท​คง​ไม่​คิด​หรือ​คาด​หวัง​ว่า​จะ​มี​ใคร​มอง​อยู่ แต่​ก็​มี​คน​หนึ่ง​ที่​เห็น​เธอ. โบอัศ​สังเกต​เห็น​รูท​จึง​ถาม​คน​งาน​ของ​เขา​ว่า​เธอ​เป็น​ใคร. โบอัศ​เป็น​คน​ที่​มี​ความ​เชื่อ​ศรัทธา​ใน​พระเจ้า​อย่าง​ลึกซึ้ง เขา​ทักทาย​พวก​คน​งาน​ที่​ทำ​งาน​ใน​นา​ของ​เขา ทั้ง​คน​งาน​รับจ้าง​ราย​วัน​และ​แม้​แต่​คน​งาน​ต่าง​ชาติ​ด้วย​ซ้ำ. เขา​พูด​ว่า “ขอ​ให้​พระ​ยะโฮวา​ทรง​สถิต​อยู่​กับ​ท่าน​ทั้ง​หลาย​เถิด.” แล้ว​พวก​เขา​ก็​ตอบ​กลับ​มา​แบบ​เดียว​กัน. ชาย​สูง​วัย​ที่​เลื่อมใส​พระเจ้า​ผู้​นี้​คง​เอ็นดู​รูท​เหมือน​เป็น​ลูก​สาว​คน​หนึ่ง.—ประวัตินางรูธ 2:4-7

โบอัศ​เรียก​รูท​ว่า “ลูก” และ​บอก​เธอ​ว่า​ต่อ​ไป​นี้​ให้​มา​เก็บ​รวง​ข้าว​ใน​นา​ของ​เขา​และ​ทำ​งาน​อยู่​ใกล้ ๆ สาว​ใช้​ของ​เขา​เพื่อ​คน​งาน​หนุ่ม ๆ จะ​ไม่​มา​เกาะ​แกะ​รังแก​เธอ. เมื่อ​ถึง​เวลา​เที่ยง โบอัศ​ก็​เรียก​เธอ​มา​กิน​อาหาร. นอก​จาก​ความ​กรุณา​ทั้ง​หมด​นี้​แล้ว เขา​ยัง​ชมเชย​และ​ให้​กำลังใจ​เธอ​ด้วย. อย่าง​ไร​ล่ะ?—ประวัตินางรูธ 2:8, 9, 14

รูท​ถาม​โบอัศ​ว่า​หญิง​ต่าง​ชาติ​อย่าง​เธอ​ได้​ทำ​อะไร​ให้​เขา​ชื่น​ชอบ​หรือ เขา​จึง​ได้​แสดง​ความ​กรุณา​ต่อ​เธอ​มาก​ถึง​เพียง​นี้. โบอัศ​ตอบ​ว่า​เขา​ได้​ยิน​เรื่อง​ราว​ทั้ง​หมด​เกี่ยว​กับ​เธอ​และ​รู้​ว่า​เธอ​ได้​ทำ​อะไร​บ้าง​เพื่อ​นาอะมี​แม่​ของ​สามี. อาจ​เป็น​ได้​ว่า​นาอะมี​ได้​ชมเชย​ลูก​สะใภ้​ที่​รัก​ของ​นาง​ให้​พวก​ผู้​หญิง​ใน​เบทเลเฮม​ฟัง และ​เรื่อง​นี้​รู้​ไป​ถึง​หู​โบอัศ. นอก​จาก​นี้ โบอัศ​ยัง​รู้​ด้วย​ว่า​รูท​ได้​เปลี่ยน​มา​เป็น​ผู้​นมัสการ​พระ​ยะโฮวา เพราะ​เขา​พูด​ว่า “ขอ​ให้​พระ​ยะโฮวา​เจ้า​ทรง​ตอบ​แทน​แก่​เจ้า, และ​ให้​เจ้า​มี​บำเหน็จ​อัน​เต็ม​บริบูรณ์​แต่​พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า​แห่ง​ยิศราเอล​เถิด, ซึ่ง​เจ้า​ได้​มา​พึ่ง​พระ​บารมี​ของ​พระองค์.”—ประวัตินางรูธ 2:12

คำ​พูด​ของ​โบอัศ​คง​ทำ​ให้​รูท​มี​กำลังใจ​มาก​ที​เดียว! เธอ​ได้​ตัดสิน​ใจ​เข้า​มา​อยู่​ใต้​ร่ม​ปีก​ของ​พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า​แล้ว​จริง ๆ เหมือน​กับ​ลูก​นก​ที่​ซุก​อยู่​ใต้​ปีก​พ่อ​แม่​เพื่อ​จะ​ได้​รับ​การ​ปก​ป้อง​คุ้มครอง. รูท​ขอบคุณ​โบอัศ​ที่​ให้​กำลังใจ​เธอ​ด้วย​ถ้อย​คำ​ที่​ทำ​ให้​อบอุ่น​ใจ​เช่น​นี้. แล้ว​เธอ​ก็​ทำ​งาน​ต่อ​ไป​จน​ถึง​เวลา​เย็น.—ประวัตินางรูธ 2:13, 17

การ​กระทำ​ด้วย​ความ​เชื่อ​ของ​รูท​เป็น​ตัว​อย่าง​ที่​ดี​เยี่ยม​สำหรับ​เรา​ทุก​คน​ที่​ต้อง​ต่อ​สู้​ดิ้นรน​กับ​ปัญหา​ทาง​เศรษฐกิจ​ใน​ทุก​วัน​นี้. รูท​ไม่​ได้​คิด​ว่า​คน​อื่น​จะ​ต้อง​ให้​อะไร​เธอ ดัง​นั้น เธอ​จึง​รู้สึก​ขอบคุณ​สำหรับ​ทุก​สิ่ง​ที่​ได้​รับ. เธอ​ไม่​ได้​มอง​ว่า​เป็น​เรื่อง​น่า​อาย​ที่​ต้อง​ทำ​งาน​หนัก​ทั้ง​วัน​เพื่อ​เลี้ยง​ดู​คน​ที่​เธอ​รัก แม้​ว่า​งาน​นั้น​อาจ​ดู​ต่ำต้อย. เมื่อ​ได้​รับ​คำ​แนะ​นำ​ที่​สุขุม​เกี่ยว​กับ​การ​ทำ​งาน​อย่าง​ปลอด​ภัย​และ​การ​คบหา​สมาคม​ที่​ดี รูท​ก็​เต็ม​ใจ​รับ​ฟัง​และ​พร้อม​จะ​ทำ​ตาม​คำ​แนะ​นำ​นั้น​ทันที. เหนือ​สิ่ง​อื่น​ใด เธอ​ไม่​เคย​ลืม​ว่า​แหล่ง​พักพิง​ที่​ให้​การ​ปก​ป้อง​อย่าง​แท้​จริง​สำหรับ​เธอ​คือ​พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า พระ​บิดา​ของ​เธอ.

ถ้า​เรา​แสดง​ความ​รัก​ภักดี​เช่น​เดียว​กับ​รูท​และ​ทำ​ตาม​ตัว​อย่าง​ของ​เธอ​ใน​เรื่อง​ความ​ถ่อม​ใจ ความ​ขยัน​ขันแข็ง และ​การ​สำนึก​บุญคุณ เรา​จะ​มี​ความ​เชื่อ​ที่​เข้มแข็ง​และ​เป็น​แบบ​อย่าง​แก่​คน​อื่น ๆ ได้. แต่​พระ​ยะโฮวา​ทรง​ดู​แล​รูท​และ​นาอะมี​อย่าง​ไร? เรา​จะ​พิจารณา​เรื่อง​นี้​ใน​โอกาส​ต่อ​ไป.

[เชิงอรรถ]

^ วรรค 22 น่า​สังเกต รูธ​ไม่​เพียง​แต่​ใช้​คำ​ว่า “พระเจ้า“ ซึ่ง​เป็น​คำ​ระบุ​ตำแหน่ง​ที่​ชน​ต่าง​ชาติ​ส่วน​ใหญ่​มัก​ใช้​กัน แต่​เธอ​ยัง​ใช้​พระ​นาม​เฉพาะ​ของ​พระเจ้า​ด้วย​คือ ยะโฮวา. หนังสือ​คัมภีร์​ไบเบิล​ของ​ผู้​แปล (ภาษา​อังกฤษ) ให้​ความ​เห็น​ว่า “ผู้​เขียน​กำลัง​เน้น​ว่า​หญิง​ต่าง​ชาติ​คน​นี้​เป็น​ผู้​นมัสการ​พระเจ้า​เที่ยง​แท้.”

^ วรรค 29 นี่​เป็น​กฎหมาย​ที่​ยอด​เยี่ยม​ซึ่ง​ต่าง​จาก​กฎหมาย​ใด ๆ ที่​รูท​เคย​รู้​จัก​ใน​บ้าน​เกิด​เมือง​นอน​ของ​เธอ. ใน​สมัย​นั้น​หญิง​ม่าย​ใน​แถบ​ตะวัน​ออก​ใกล้​ถูก​ปฏิบัติ​อย่าง​เลว​ร้าย. หนังสือ​อ้างอิง​เล่ม​หนึ่ง​กล่าว​ว่า “หลัง​จาก​ที่​สามี​ตาย โดย​ปกติ​แล้ว​หญิง​ม่าย​ต้อง​พึ่ง​พา​อาศัย​ลูก​ชาย​ให้​เลี้ยง​ดู แต่​ถ้า​ไม่​มี​ลูก​ชาย เธอ​อาจ​ต้อง​ขาย​ตัว​เอง​เป็น​ทาส ยอม​เป็น​โสเภณี หรือ​ไม่​ก็​ตาย.”

[กรอบ​หน้า 26]

หนังสือ​เล่ม​เล็ก​ที่​ทรง​คุณค่า

หนังสือ​ประวัตินางรูธ​ถูก​เรียก​ว่า​อัญมณี​เม็ด​เล็ก​ที่​งดงาม หรือ​หนังสือ​เล่ม​เล็ก​ที่​ทรง​คุณค่า. จริง​อยู่ หนังสือ​เล่ม​นี้​ไม่​ได้​ให้​ข้อมูล​หรือ​เล่า​เรื่อง​ราว​มาก​มาย​เหมือน​กับ​หนังสือ​วินิจฉัย​ซึ่ง​อยู่​ก่อน​หน้า​นั้น แต่​เมื่อ​อ่าน​หนังสือ​วินิจฉัย​ก็​ช่วย​ให้​รู้​ว่า​เรื่อง​ราว​ใน​หนังสือ​ประวัตินางรูธ​เกิด​ขึ้น​ใน​ช่วง​เวลา​ใด. (ประวัตินางรูธ 1:1) ดู​เหมือน​ว่า​หนังสือ​ทั้ง​สอง​เล่ม​เขียน​โดย​ผู้​พยากรณ์​ซามูเอล. แต่​ถ้า​คุณ​อ่าน​คัมภีร์​ไบเบิล​ตลอด​ทั้ง​เล่ม คุณ​คง​เห็น​ด้วย​ว่า​หนังสือ​ประวัตินางรูธ​ถูก​จัด​ไว้​ใน​ลำดับ​ที่​เหมาะ​สม​แล้ว​ใน​สารบบ​ของ​คัมภีร์​ไบเบิล. หลัง​จาก​อ่าน​เรื่อง​ราว​เกี่ยว​กับ​สงคราม การ​โจมตี และ​ความ​ขัด​แย้ง​ที่​บันทึก​ใน​หนังสือ​ผู้​วินิจฉัย คุณ​ก็​มา​ถึง​หนังสือ​เล่ม​เล็ก​ที่​เตือน​ใจ​ให้​รู้​ว่า​พระ​ยะโฮวา​ไม่​เคย​มอง​ข้าม​ความ​ทุกข์​ยาก​ที่​ประชาชน​ผู้​รัก​สันติ​ต้อง​เผชิญ​ใน​แต่​ละ​วัน. ฉาก​เหตุ​การณ์​ธรรมดา ๆ ใน​ชีวิต​ประจำ​วัน​จาก​หนังสือ​เล่ม​นี้​ให้​บทเรียน​ที่​ลึกซึ้ง​เกี่ยว​กับ​ความ​รัก การ​สูญ​เสีย ความ​เชื่อ และ​ความ​ภักดี​ซึ่ง​เป็น​ประโยชน์​แก่​เรา​ทุก​คน.

[ภาพ​หน้า 24]

การ​ที่​รูท​ใกล้​ชิด​กับ​นาอะมี​ใน​ยาม​ที่​ประสบ​ความ​ทุกข์​และ​การ​สูญ​เสีย​เป็น​เรื่อง​ฉลาด​สุขุม

[ภาพ​หน้า 24, 25]

“ญาติ​พี่​น้อง​ของ​แม่, จะ​เป็น​ญาติ​พี่​น้อง​ของ​ฉัน, และ​พระเจ้า​ของ​แม่​จะ​เป็น​พระเจ้า​ของ​ฉัน”

[ภาพ​หน้า 27]

รูท​เต็ม​ใจ​ทำ​งาน​หนัก​และ​ต่ำต้อย​เพื่อ​เลี้ยง​ดู​ตัว​เอง​และ​นาอะมี